<?xml version="1.0" encoding="ISO-8859-1"?>

<!DOCTYPE rss PUBLIC "-//Netscape Communications//DTD RSS 0.91//EN"
 "http://my.netscape.com/publish/formats/rss-0.91.dtd">

<rss version="0.91">

<channel>
<title>คลินิคผิว : clinic-skin : สิว ฝ้า กระ ผิวพรรณ ริ้วรอย Botox แผลเป็น รอยดำ หลุมสิว ผมร่วง Dermaroller กำจัดขนถาวร IPL เลเซอร์ RF สลายไขมัน กระชับสัดส่วน</title>
<link>http://www.clinic-skin.com/nuke</link>
<description>PHP-Nuke Powered Site</description>
<language>en-us</language>

<item>
<title>ผิวคุณ เป็นแบบไหน ?</title>
<link>http://www.clinic-skin.com/nuke/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=11</link>
<description>&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;&lt;img title=&quot;Your skin&quot; height=&quot;278&quot; alt=&quot;Your skin&quot; src=&quot;images/skin.jpg&quot; width=&quot;215&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยทั่วไปเราจำแนกลักษณะของผิวป็น 5 ประเภท ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;1. ผิวปกติ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;นับว่าเป็นคนโชคดี เพราะได้รับคำชมแน่นอนว่า ผิวละเอียดอ่อนเป็นยองใย นุ่มเนียนคล้ายผิวเด็ก แต่น่าเสียดายว่าไม่ค่อยพบผิวปกติในผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วพบในช่วงอายุก่อนวัยรุ่น ซึ่งยังไม่มีการผลิตฮอร์โมนเพศมากระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ผิวปกติจึงเรียบเนียน รูขุมไม่หยาบและไม่เป็นขุยง่าย เรียกได้ว่า ผิวมีความยืดหยุ่นสูงไม่มีความมันเยิ้มบนใบหน้าและไม่แห้งตึง แม้กระทั่งหลังการล้างหน้าใหม่ ๆ ผิวปกติจึงมักไม่มีปัญหา&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;2. ผิวแห้ง&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง หน้าจะเป็นขุยง่ายและตึงหลังล้างหน้าเสร็จใหม่ ๆ ข้อดีคือ รูขุมขนละเอียด ดูเรียบ ไม่หยาบ ไม่มันเยิ้ม หนำซ้ำจะมีปัญหาเรื่องสิวเสี้ยนและสิวอุดตันน้อยกว่าผิวชนิดอื่น ดูหน้าผ่องสะอาด แต่ข้อเสียสำคัญคือ มักมีริ้วรอยก่อนวัย โดยเฉพาะบริเวณผิวบอบบางเช่น รอบดวงตา&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;3. ผิวมัน&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;มักเป็นคนที่มีรูขุมขนโตกว่าปกติ ผิวหน้าจึงดูหยาบ ไม่เรียบสวย นอกจากนี้น้ำมันจะหลั่งออกมามาก เกิดปัญหาสิวหรือสิวเสี้ยนได้ง่าย ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่สิว แต่เป็นลักษณะที่รูขุมขนขยายตัวและมีขนอ่อนแทรกขึ้น เมื่อแทรกหลายเส้นเข้าก็เกิดการรวมตัวของไขมันในบริเวณดังกล่าวจนแข็งเป็นเสี้ยนเล็ก ๆ สีดำ จึงเรียกกันว่าสิวเสี้ยน ซึ่งมักเกิดบริเวณ คาง และรอบปาก ฯลฯ&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;4. ผิวผสม&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;โดยทั่วไปมีลักษณะผสม คือ ผิวมันบริเวณทีโซนหรือแถวหน้าผากและจมูก และผิวแห้งบริเวณแก้ม ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิวผสมมักพบตามลักษณะของผิวบริเวณนั้น ๆ แต่ปัญหาหลักคือ ความยุ่งยากในการดูแลรักษาต้องดูแลผิวแต่ละส่วนแตกต่างกัน บริเวณทีโซนต้องดูแลแบบผิวมัน และบริเวณแก้มต้องดูแลแบบผิวแห้ง เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;5. ผิวแพ้ง่าย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;คงเป็นผิวชนิดที่ไม่ว่าใครก้อไม่อยากมี เพราะนอกจากจะแต่งหน้าไม่สวยแล้ว ยังเสียโฉมได้ง่าย เรื่องของผิวแพ้ง่ายนั้นไม่มีข้อบ่งชัดว่าเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่เกิดอาการคันยิบ ๆ หรือแสบบนผิวหน้า โดยไม่มีรอยของโรคหรือผื่นให้เห็น และมักพบว่าเกิดหลังใช้เครื่องสำอางหรือใช้ยาทาบางชนิด แต่ในรายที่เป็นมากอาจมีผื่นแดง คัน หรือเกิดรอยไหมด้วย สาวๆจึงควรระมัดระวังการใช้เครื่องสำอางเป็นพิเศษ หรืออย่าหลงเชื่อคำโฆษณาง่ายๆ มิเช่นนั้นอาจจะเสียใจในภายหลังได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;ผู้ที่มีผิวหน้าแพ้ง่ายมักผิวแห้งและมีกรรมพันธุ์ของโรคภูมิแพ้ หรือเป็นภูมิแพ้ที่อวัยวะอื่น ๆ อยู่ก่อนแล้ว เช่น ที่จมูก ตา หลอดลม (หอบหืด) บางคนก็มีแนวโน้มจะเป็นโรคผิวหนังอักเสบบริเวณทีโซน หรือ สิวRosacea ซึ่งมีลักษณะผิวหน้าแดง พอถูกกระตุ้นด้วยสารเคมีก็เกิดความระคายเคืองได้ง่าย&lt;/div&gt;&lt;div&gt;การแพ้ที่ว่ามีทั้งที่เกิดครั้งแรกหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์และเกิดขึ้นหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์นั้นต่อเนื่อง แถมเมื่อแพ้ผลิตภัณฑ์ใดในครั้งแรกแล้ว ก็จะพาลแพ้ตัวที่สองและสามตามมา ทั้งที่ไม่เคยแพ้มาก่อน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นทุกตัว แล้วไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังใกล้บ้านเป็นการด่วนครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;=แพทย์คลินิคผิว=&lt;/div&gt;</description>
</item>

<item>
<title>ผมร่วง คุณเป็นหรือเปล่า?</title>
<link>http://www.clinic-skin.com/nuke/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=10</link>
<description>&lt;img title=&quot;Hair loss&quot; height=&quot;112&quot; alt=&quot;Hair loss&quot; src=&quot;http://clinic-skin.com/nuke/images/topics/hairloss.jpg&quot; width=&quot;500&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายคนอาจไม่เคยให้ความสนใจเส้นผมตนเองมากนัก แต่ถ้าวันหนึ่งสังเกตว่า ผมร่วงมากผิดปกติ ผมเริ่มบางลง เชื่อแน่ว่าคงอดวิตกกังวลไม่ได้ และก็คงสรรหา วิธีการต่าง ๆ มารักษา ไม่ว่าจะเป็นยาอะไรใครว่าดีก็รีบนำมาทดลองใช้ บางท่านก็เสียเงินไปไม่ใช่น้อยกับการใช้ยาหรือวิธีการต่าง ๆ ที่อ้างสรรพคุณ ในการรักษาโดยไม่ทราบว่าตัวยาคืออะไร หรือไม่ทราบถึงสาหตุที่แท้จริงของผมร่วง บทความนี้คงช่วยให้ท่านเข้าใจถึงสาเหตุ และวิธีรักษาผมร่วงทางการแพทย์ในปัจจุบัน เพื่อท่านที่เกิดปัญหาผมร่วงจะได้ดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสมต่อไป &lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;ธรรมชาติของเส้นผม&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;โดยเฉลี่ยแล้วคนเรามีเส้นผมอยู่ประมาณ 1 แสนเส้น ในจำนวนนี้ 85-90 เปอร์เซ็นต์ จะอยู่ในระยะเจริญ ซึ่งจะงอกยาวเดือนละประมาณ 1 เซนติเมตร ต่อเนื่องเป็นเวลา 2-3 ปี อีก 10-15 เปอร์เซ็นต์ที่เหลืออยู่ในระยะพัก และเข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้วหลุดร่วงออกไป พร้อมกับเกิดผมเส้นใหม่งอกขึ้นมาทดแทนกลับสู่ระยะเจริญอีกครั้ง เป็นเช่นนี้เรื่อยไป ดังนั้นการที่มีผมร่วงวันละ 50-60 เส้น จึงเป็นเรื่องปกติ เส้นผมที่งอกยาวขึ้นมาจาก หนังศีรษะเป็นเซลล์ที่ตายแล้ว ประกอบด้วยโปรตีนเป็นองค์ประกอบสำคัญ ส่วนรากผมเป็นเซลล์ที่มีชีวิตและเป็นตัวสร้างเส้นผมให้ยาวอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นรากผมจึงเป็นส่วนสำคัญ ถ้ารากผมถูกทำลาย หรือผิดปกติไป เส้นผมก็จะไม่งอก หรืองอกผิดปกติได้ &lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;เมื่อใดจึงเรียกว่าผมร่วงผิดปกติ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ดังที่กล่าวแล้วว่าเส้นผมจะหลุดได้เองตามธรรมชาติ ในทางการแพทย์จะถือว่า ผมร่วงผิดปกติเมื่อผมร่วงมากกว่าวันละ 100 เส้น หรือผมร่วงแล้วไม่งอกขึ้นมาใหม่ หรืองอกขึ้นมาแต่เป็นเส้นเล็กบางลงกว่าเดิม หรือผมร่วงเป็นหย่อมเฉพาะบางบริเวณ &lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;br /&gt;สาเหตุของผมร่วงผิดปกติ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด คือ สาเหตุจากกรรมพันธุ์เรียกว่า Androgenetic alopecia การถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ไม่จำเป็นต้องเกิดกับพี่น้องทุกคน และบางครั้งก็พบว่า ไม่มีบุคคลอื่นในครอบครัวผมบางเลยก็ได้ เชื่อว่าบิดาหรือมารดาอาจมีกรรมพันธุ์อยู่ แต่ไม่แสดงออก แต่จะถ่ายทอดมายังบุตรได้ อย่างไรก็ตามพบว่าถ้าบิดามารดาผมบาง บุตรจะมีโอกาสผมบางมากขึ้น โดยที่ผมร่วงจากพันธุ์กรรม ต้องมีปัจจัยจากฮอร์โมน เป็นตัวกระตุ้น ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย แต่พบได้ในร่างกายของผู้หญิงในปริมาณต่ำ ๆ ฮอร์โมนนี้ จะไปจับกับเซลล์รากผม ทำให้เส้นผมหลุดร่วง และผมที่ขึ้นใหม่ เส้นจะเล็กลง โดยเมื่ออายุมากขึ้น ผมก็จะบางลงมากขึ้นตามอายุ&lt;br /&gt;ลักษณะของผมร่วงจากพันธุกรรม ในเพศชายผมจะเริ่มบางทางหน้าเป็นรูปตัว M ต่อมาเริ่มบางมากขึ้นบริเวณด้านหน้าและกระหม่อม และอาจบางมากขึ้นจนศีรษะล้าน เหลือเส้นผมเฉพาะบริเวณด้านข้างและด้านหลัง ส่วนในเพศหญิงผมจะบางบริเวณกระหม่อมกลางศีรษะ และบางลงมากขึ้นตามอายุ &lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;สาเหตุอื่นๆ&lt;/strong&gt; ที่ทำให้เกิดผมร่วงกระจายทั่วๆศีรษะ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;ผมร่วงหลังคลอดบุตร เกิดจากฮอร์โมนร่างกายเปลี่ยนแปลง เกิดในช่วง 1-6 เดือนหลังคลอด โดยทั่วไปผมจะงอกขึ้นใหม่ได้เป็นปกติ &lt;/li&gt;&lt;li&gt;โรคทางร่างกายบางชนิด เช่น โรคของต่อมธัยรอยด์, การเจ็บป่วยเรื้อรัง, การขาดสารอาหารบางอย่างที่จำเป็นต่อการสร้างเส้นผม, การติดเชื้อซิฟิลิส เป็นต้น &lt;/li&gt;&lt;li&gt;ความเครียดทางร่างกาย เช่น หลังการผ่าตัด, การมีไข้สูง การลดน้ำหนักมาก ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งมักจะเกิดผมร่วง หลังผ่านพ้นเหตุการณ์นั้น ประมาณ 3 เดือน นอกจากนี้ ความเครียดทางจิตใจ ก็มีผลต่อการเกิดผมร่วงได้เช่นกัน &lt;/li&gt;&lt;li&gt;การได้รับยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคธัยรอยด์เป็นพิษ, ยากันชัก, ยาลดการแข็งตัวของเลือด, ยาโรคหัวใจบางชนิด, ยารักษาโรคมะเร็ง, วิตามินเอขนาดสูง เป็นต้น &lt;/li&gt;&lt;li&gt;การดูแลเส้นผมไม่ถูกวิธี เช่น การใช้น้ำยาดัดผม หรือกัดสีผมมากเกินไป การใช้ความร้อนเป่าผมบ่อย ๆ อาจทำให้เส้นผมเปราะและขาดง่าย &lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;เส้นผมร่วงเป็นหย่อมๆ&lt;/strong&gt; เฉพาะบางบริเวณ มีสาเหตุได้จาก&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;ul&gt;&lt;li&gt;ผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia areata) เป็นโรคผิวหนังอย่างหนึ่ง ซึ่งเกิดจากความแปรปรวน ของภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย ไปทำลายรากผม โดยไม่ทราบสาเหตุ โรคนี้พบได้บ่อย โดยผมร่วงมีลักษณะเป็นหย่อม ๆ โดยไม่มีการอักเสบของหนังศีรษะให้เห็น อาจพบเพียงหย่อมเดียว หรือหลายหย่อมก็ได้ บางรายผมอาจร่วงทั้งศีรษะหรือมีขนคิ้วขนตาร่วงด้วย &lt;/li&gt;&lt;li&gt;โรคผิวหนังที่เกิดบริเวณหนังศีรษะ และการติดเชื้อ ซึ่งจะพบมีการอักเสบหรือเป็นขุ่ยบริเวณหนังศีรษะให้เห็น บางครั้งเมื่อหายเกิดแผลเป็นและผมร่วงอย่างถาวรได้ &lt;/li&gt;&lt;li&gt;การดึงผมเล่นเป็นประจำ อาจทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมได้ โดยจะมีตอผมให้เห็น เป็นจุดดำ ๆ บริเวณหย่อมผมร่วง &lt;/li&gt;&lt;li&gt;ผมร่วงจากการดึงรั้ง เช่นการรัดผมแน่น, การทอผม, อาจทำให้บริเวณที่ถูกดึงรั้ง นาน ๆ เกิดผมร่วงได้ &lt;/li&gt;&lt;/ul&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;ควรทำอย่างไรเมื่อผมร่วง&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่นไม่ควรรีบทดลองใช้ยาเอง เพราะอาจไม่ตรงสาเหตุ หรือตัวยาไม่มีหลักฐาน ทางการแพทย์ยืนยัน ทำให้เสียทั้งค่าใช้จ่าย และเวลา อีกทั้งอาจทำให้การรักษา เป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น ให้ดูว่าเป็นผมร่วงตามธรรมชาติหรือผมร่วงผิดปกติ โดยนับจำนวนเส้นผมที่ร่วงต่อวัน และสังเกตลักษณะเส้นผมร่วงว่าเป็นเส้นผมที่ขาด หรือเป็นผมอ่อนเส้นเล็กหรือไม่ ดูว่าผมบางลง หรือผมที่ขึ้นใหม่เส้นเล็กลงหรือไม่ หลังจากนั้นต้องหาสาเหตุ ลองนึกดูว่าช่วงที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรที่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงได้บ้าง การดูแลเส้นผมเป็นอย่างไร ถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อหาสาเหตุ และการรักษาที่ถูกต้อง โดยแพทย์จะซักประวัติตรวจดูลักษณะเส้นผมและหนังศีรษะ และอาจตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศ์ หรือตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมถ้ามีข้อบ่งชี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้ท่านคงเข้าใจถึงสาเหตุของผมร่วงที่พบบ่อยแล้ว ถ้าท่านหรือคนใกล้ชิด ประสบปัญหาผมร่วง ก็คงจะดูแลและแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมต่อไปได้ ที่สำคัญคือ อย่าเชื่อตามคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว ควรใช้วิจารณญาณก่อนที่จะใช้ยาอะไร จะได้ไม่เสียใจภายหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;=แพทย์คลินิคผิว=</description>
</item>

<item>
<title>ครีมกันแดด เลือกอย่างถูกวิธี</title>
<link>http://www.clinic-skin.com/nuke/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=9</link>
<description>&lt;img title=&quot;Sunscreen&quot; height=&quot;112&quot; alt=&quot;Sunscreen&quot; src=&quot;images/topics/sunscreen.jpg&quot; width=&quot;491&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ในปัจจุบันความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของแสงแดดแพร่หลายไปมาก สามารถหาได้จากสื่อนานาชนิด ครีมกันแดดเริ่มมาจากชนผิวขาวซึ่งมักนิยมการอาบแดดเพื่อให้มีผิวสีแทน (Tan) เพราะถือเป็นสัญลักษณ์ของสุขภาพที่ดีและฐานะทางสังคมที่ร่ำรวย แต่มีปัญหาผิวไหม้แดงและมะเร็งผิวหนัง ทำให้มีการคิดค้นครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวไหม้แดง แต่ยังคงความสามารถในการเกิดผิวสีแทน (Tan) ดังนั้นการวัดประสิทธิภาพของครีมกันแดดในระยะแรกก็จะเน้นที่ความสามารถในการป้องกันผิวไหม้แดงนั่นคือ สามารถดูดซับแสง UVB ได้ดี หรือคือค่า SPF (sun protection factor) &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ค่า &lt;strong&gt;SPF 15&lt;/strong&gt; มีความหมายว่าในกรณีที่ท่านทาครีมกันแดดอย่างทั่วถึงในความหนา 2 มิลิกรัมต่อพื้นที่ผิวหนังหนึ่งตารางซม. ท่านจะต้องใช้เวลาตากแดดเพิ่มขึ้นถึง 15 เท่าจึงจะทำให้ผิวไหม้แดง ตัวอย่างเช่น ในสถานะการณ์จริงถ้าอยู่กลางแสงแดดจัดเวลาเที่ยงบริเวณชายทะเลในเวลาประมาณ 15 นาทีจะทำให้ผิวหนังแดงได้ การใช้ยากันแดด SPF 15 อย่างทั่วถึงจะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น 15 เท่าจึงจะเกิดผิวไหม้แดง นั่นคือเท่ากับ 15x15 คือ 225 นาที หรือ 3 ชม. 45 นาที แต่เนื่องจากในการทดสอบครีมกันแดดจะทำในห้องทดลองโดยใช้หลอดไฟแทนแสงอาทิตย์ ซึ่งมีการควบคุมอุณหภูมิ, ความชื้น, การเคลื่อนไหวของผู้ทำการทดสอบ ทำให้ค่าที่ทดสอบได้มักจะสูงกว่าการใช้จริง ดังนั้นในความเป็นจริงอาจจะเป็นเวลาประมาณครึ่งหนึ่งของเวลาที่ทดสอบคือประมาณเกือบ 2 ชม. เป็นต้น &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สำหรับข้อสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือ แม้ครีมทากันแดด SPF &amp;gt;15 จะป้องกันผิวไหม้แดงได้ดีแต่ยังพบความคล้ำของผิวหนังได้เช่นเดิม เนื่องจากความคล้ำ หรือการเกิด Tanning นั้นแสงที่มีบทบาทสำคัญคือแสง UVA แต่เนื่องจาก UVA ไม่ได้มีบทบาทที่สำคัญในการทำให้เกิดผิวไหม้แดงจึงไม่ได้รับความสนใจในระยะแรก ในปัจจุบันเริ่มมีข้อมูลว่า UVA นอกจากทำให้ผิวคล้ำแล้วยังสามารถทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังและทำลายเนื้อเยื่อคอลลาเจน และอีลาสติกทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ซึ่งจะสังเกตุเห็นได้มากในบริเวณที่ถูกแสงแดดเป็นประจำหรือคนที่ทำงานกลางแจ้ง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนผิวไหม้แดงซึ่งเกิดภายใน 24 ชม. หลังได้รับแสงแดด แต่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทีละเล็กน้อยอย่างช้าๆ และเห็นได้หลังจากการถูกแสงแดดนับสิบปี &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ครีมกันแดดในปัจจุบันจึงได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อป้องกันแสง UVA เพิ่มขึ้นด้วย แต่การวัดประสิทธิภาพของการป้องกันแสง UVA ยังไม่มีมาตราฐานสากลเหมือนค่า SPF สำหรับครีมกันแดดที่มีฉลากว่ากันได้ทั้ง UVA, UVB นั้น ในต่างประเทศได้มีผู้นำมาทดสอบพบว่า ความสามารถในการป้องกัน UVA ต่างกันมาก และไม่สัมพันธ์กับค่า SPF ที่สูงขึ้น เช่น ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 45 ไม่สามารถกัน UVA ได้ดีกว่าครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 เป็นต้น ทำให้มีปัญหากับผู้บริโภคในการเลือกใช้อย่างเหมาะสม &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สารกันแดดที่มีฤทธิ์ป้องกัน UVA ได้ดีในปัจจุบันได้แก่ Oxybenzone, Parsol 1789, TiO2, ZnO, Mexoryl SX, XL เป็นต้น ซึ่งสารกันแดดในท้องตลาดที่มีประสิทธิภาพกัน UVA ได้ดีน่าจะมีสารที่กล่าวแล้วข้างต้นผสมกันอย่างน้อย 2 ชนิดขึ้นไปในความเข้มข้น 2-3% &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สำหรับคนเอเซีย เช่น คนไทยซึ่งไม่นิยมผิวคล้ำและการอาบแดด การป้องกันอันตรายจากแสงแดดที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดในช่วงเวลา 9.00 &amp;ndash; 15.00 น., สวมเสื้อผ้าปกคลุมมิดชิด, แว่นกันแดด, หมวกปีกกว้าง หรือกางร่มเสมอ แต่ในกรณีที่ทำงานหรือเล่นกีฬากลางแจ้ง, เด็ก หรือการท่องเที่ยวทางน้ำมีความจำเป็นต้องใช้ยากันแดดควรเลือกดังนี้ &lt;br /&gt;- มีค่า SPF 30 ขึ้นไป&lt;br /&gt;- มีสารกันแดดที่กัน UVA ได้ดีอย่างน้อย 2 ชนิด เช่น Oxybenzone + TiQ หรือ Parsol 1789+ ZnO เป็นต้น &lt;br /&gt;- กันน้ำได้ (water resistance, หรือ water proof) &lt;br /&gt;- และมีการทดลองว่าไม่สลายจากแสง(photo stable) &lt;br /&gt;ควรทาครีมกันแดดให้หนาเพียงพอ 15 นาทีก่อนอยู่กลางแดดและทาซ้ำทุก 1-2 ชม. ถ้าว่ายน้ำหรืออยู่กลางแดดจัดตลอดเวลา &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สำหรับการใช้ครีมกันแดดประจำวันในผู้ที่ทำงานในร่มและใช้เวลานอกอาคารหรือรถยนต์เฉพาะช่างเช้าก่อน 9 นาฬิกาและหลัง 15 นาฬิกา อาจไม่มีความจำเป็นเนื่องจากแสง UVB, UVA สามารถผ่านกระจกรถที่ติดฟิล์มกรองแสงได้น้อยกว่า 5% และแสง UV ในช่วงเวลาเช้าตรู่และเย็นมีปริมาณน้อย &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;โดยสรุปการป้องกันอันตรายทั้งระยะสั้นและยาวจากแสงแดด&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;ด้วยการให้ความรู้ ให้หลีกเลี่ยงการตากแดดจัด ป้องกันร่างกายอย่างมิดชิดด้วยเสื้อผ้า, แว่นตา, หมวก และร่ม เลือกครีมกันแดดที่เหมาะสมกับกิจกรรมแต่ละประเภท แต่สิ่งที่ต้องระลึกไว้เสมอก็คือการได้อยู่กลางแสงแดดจะทำให้ร่างกายและจิตใจสดชื่นเนื่องจาก มีการหลั่งของสาร Endorphin และร่างกายยังต้องการวิตามินดีจากแสงแดดเพื่อกระดูกแข็งแรงโดยเฉพาะในวัยเด็กและผู้สูงอายุ เนื่องจากปริมาณวิตามินดีจากอาหารไม่เพียงพอ ดังนั้นควรได้รับแสงแดดอย่างสม่ำเสมอครั้งละ 15-30 นาทีสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งในเวลาเช้าหรือช่วงเย็นที่มีแสงแดดอ่อนๆ&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;=แพทย์คลินิคผิว=&lt;br /&gt;</description>
</item>

<item>
<title>ฝ้าเป็นอย่างไร?</title>
<link>http://www.clinic-skin.com/nuke/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=8</link>
<description>&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;&lt;img title=&quot;melasma&quot; height=&quot;242&quot; alt=&quot;melasma&quot; src=&quot;images/topics/melasma.jpg&quot; width=&quot;279&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฝ้าเป็นปัญหาทางผิวหนังที่พบได้บ่อย ถึงแม้ว่าจะไม่มีอันตรายต่อร่างกายแต่พบว่ามีผลต่อบุคลิกภาพและสุขภาพจิตอย่างมาก&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ฝ้า มีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาลอ่อนหรือสีน้ำตาลเข้ม เกิดจากการเพิ่มจำนวนของเม็ดสี (melanin) ที่ผิวหนังซึ่งถูกกระตุ้นด้วยรังสี UV จากแสงแดด ฝ้ามักพบที่แก้ม หน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปาก คาง นอกจากนี้อาจพบได้ที่คอ และแขนด้านนอก มักเป็น 2 ข้างเท่าๆกัน พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายโดยเฉพาะในระหว่างตั้งครรภ์ และในวัย 30-40 ปีขึ้นไป&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;ชนิดของฝ้า&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1. ฝ้าชนิดตื้น มีลักษณะเป็นปื้นสีน้ำตาล ขอบเขตชัดเจน เซลล์เม็ดสีอยู่ในชั้นหนังกำพร้า รักษาง่ายที่สุด&lt;br /&gt;2. ฝ้าชนิดลึก มีลักษณะเป็นปื้นสีเทาผสมน้ำเงินอ่อนๆ ขอบเขตไม่ชัดเจน เซลล์เม็ดสีอยู่ในชั้นหนังแท้ รักษายากที่สุด&lt;br /&gt;3. ชนิดผสม คือมีทั้งชนิดตื้นและลึกผสมกัน&lt;br /&gt;4. ชนิดที่ไม่ชัดเจนว่าเป็นแบบใดแน่ มักพบในผู้ที่มีผิวคล้ำมาก&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;สาเหตุของฝ้า&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;1. พันธุกรรม&lt;br /&gt;2. แสงแดด และความร้อน&lt;br /&gt;3. การตั้งครรภ์&lt;br /&gt;4. การใช้ยาคุมกำเนิด&lt;br /&gt;5. เครื่องสำอางค์บางชนิด&lt;br /&gt;6. การใช้ยาบางชนิด เช่น กลุ่ม Tetracycline แล้วทำปฏิกิริยากับแสงแดด&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;การรักษาฝ้า&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;การรักษามักจะใช้เวลาในการรักษานานและสามารถกลับมาเป็นใหม่ได้ง่าย ดังนั้นผู้รับการรักษาจึงต้องมีวินัยในการรักษาอย่างเคร่งครัด&lt;br /&gt;1. การป้องกันไม่ให้ฝ้าเป็นมากขึ้น โดยหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดฝ้า เช่น แสงแดด ยาคุมกำเนิด และควรใช้ครีมกันแดดทุกวันให้เป็นนิสัย&lt;br /&gt;2. การทำให้ให้ฝ้าจางลงด้วยสารที่ทำให้ผิวขาว (whitening agents) ได้แก่&lt;br /&gt;- Hydroquinone 2-4% แพทย์มักใช้เป็นยาหลักในการรักษาฝ้า สารนี้ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน และได้ผลดีในฝ้าชนิดตื้น แต่การใช้ยาที่มีความเข้มข้นสูงเกินไปหรือนานเกินไปมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้&lt;br /&gt;- Tretinoin ทำให้ฝ้าจางลงได้แต่ต้องใช้เวลารักษานาน 6 เดือนขึ้นไป ยานี้มีฤทธิ์การระคายเคืองสูง ต้องใช้ควบคู่กับครีมกันแดดที่มีคุณภาพดี SPF&amp;gt;30 ขึ้นไป&lt;br /&gt;- Azelaic acid มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเมลานินเช่นกัน ผลการรักษาใกล้เคียงกับ Hydroquinone&lt;br /&gt;- Whitening agent อื่นๆ เช่น Licorice, Arbutin, Vitamin C, Kojic acid ฯลฯ &lt;br /&gt;3. วิธีการรักษาเสริมอื่นๆ เช่น การลอกฝ้าด้วยสารเคมี (Chemical peeling), การลอกฝ้าด้วยเลเซอร์ (Laser resurfacing), Iontophoresis&lt;br /&gt;4. การติดตามผลการรักษา เมื่อใช้ยาไปแล้วนาน 3-6 เดือน ไม่ว่าจะได้ผลมากน้อยเพียงใดควรค่อยๆหยุดยาลงและให้เลี่ยงแสงแดดร่วมกับใช้ครีมกันแดดเป็นประจำตลอดไปเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ้ากลับมาเป็นซ้ำอีก&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;=แพทย์คลินิคผิว=&lt;br /&gt;</description>
</item>

<item>
<title>คู่มือสิว และการรักษา</title>
<link>http://www.clinic-skin.com/nuke/modules.php?name=News&amp;file=article&amp;sid=7</link>
<description>&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;&lt;img title=&quot;acne&quot; height=&quot;218&quot; alt=&quot;acne&quot; src=&quot;images/topics/acne.jpg&quot; width=&quot;200&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;สิว คือ การอักเสบเรื้อรังของท่อรูขุมขนและต่อมไขมันซึ่งพบได้บ่อย อาจหายได้เอง มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กๆ หัวขาวหรือดำ เป็นตุ่มนูนแดง ตุ่มหนอง หรือ ตุ่มเนื้อลึกใต้ผิวหนัง &lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;พบมาก บริเวณหน้า คอ หน้าอก หลัง ไหล่ หรือ ต้นแขน มักเป็นในหมู่วัยรุ่น แต่ไม่ได้จำกัดอยู่เท่านั้น ผู้ใหญอายุ่ &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;20 - 50&lt;/font&gt; ปีก็พบได้ ในรายที่เป็นชนิดรุนแรงอาจมีการเจ็บปวดตามผื่น แม้ว่าสิวจะไม่ใช่โรคที่ทำให้เสียชีวิตหรือพิการ แต่ก็่อาจทิ้งร่องรอยของแผลเป็นบนผิวหน้าเกิดเป็นปมด้อยไปตลอดชีวิตได้&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;ฮอร์โมนเพศชายซึ่งมีทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย เป็นตัวการสำคัญที่ไปกระตุ้นต่อมไขมันใต้ผิวหนังให้โตขึ้น และทำงานมากขึ้น สารไขมันที่ถูกผลิตขึ้นจะถูกขับออกทางรูขุมขน ทำให้เกิดการกระตุ้นเนื้อเยื่อบริเวณรูปิดของรูขุมขน ให้หนาตัวขึ้น และเกาะตัวกันแน่นทำให้รูขุมขนนั้นอุดตัน เชื้อแบคทีเรียในรูขนจะเจริญเติบโตแบ่งตัวและปล่อยสารพิษต่างๆจากรูขุมขนออกสู่เนื้อเยื่อรอบๆทำให้เกิดการอักเสบเป็นตุ่มนูนแดงหรือเป็นหนองขึ้น&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;div&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot; size=&quot;5&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;สิวแบ่งเป็น &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;2&lt;/font&gt; ชนิด&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;1. &lt;/font&gt;สิวอุดตัน หรือสิวไม่อักเสบ เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Comedone) &lt;/font&gt;แบ่งเป็น &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;2&lt;/font&gt; ชนิด &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;1.1&lt;/font&gt; สิวหัวปิด (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Closed comedone or White head)&lt;/font&gt;เห็นเป็นตุ่มเล็ก ๆ หัวขาว ๆ &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;1.2&lt;/font&gt; สิวหัวเปิด หรือสิวหัวดำ (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Open comedone or Black head)&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;2. &lt;/font&gt;สิวอักเสบ คือสิวที่หัวแดง ๆ หรือ เป็นหนอง พวกนี้ก็คือสิวอุดตัน(&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Comedone)&lt;/font&gt;ที่ไม่ได้รักษาและมีการติดเชื้อ(&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Bacteria)&lt;/font&gt;แทรกซ้อน ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นมา&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;div&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot; size=&quot;5&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;สาเหตุและปัจจัยชักนำที่ทำให้เกิดสิว&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;1. &lt;/font&gt;รูเปิดและท่อทางเดินของต่อมไขมันอุดตัน (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Ductal hypercornification) &lt;/font&gt;ดังนั้นจึงมักพบว่าผู้ที่มีใบหน้ามัน ผมมัน หรือหนังศีรษะมัน มักจะเกิดสิวได้ง่ายกว่าผู้ที่มีใบหน้าแห้ง &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;2. &lt;/font&gt;แบคทีเรีย ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียพวก &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;P. acnes &lt;/font&gt;บางชนิดเกิดจากการติดเชื้ออื่นๆ แทรกซ้อน &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;3. &lt;/font&gt;ช่วงใกล้มีประจำเดือน (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Premenstrual) &lt;/font&gt;ส่วนใหญ่ประมาณ &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;1&lt;/font&gt; สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน จะมีโอกาสเกิดสิว&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;มากกว่าปกติเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;4. &lt;/font&gt;เครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว และผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าต่างๆ บางคนใช้เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิวหลายชนิดมากจนเกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง ทำให้ท่อทางเดินต่อมไขมันอักเสบและอุดตันทำให้เกิดสิวขึ้นได้ &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;5. &lt;/font&gt;กรรมพันธุ์ เชื่อว่ากรรมพันธ์มีส่วนเกี่ยวข้องบ้างในการทำให้เกิดสิว บางคนมีคุณพ่อหรือคุณแม่ ที่เคยเป็นสิวมากๆ จนทำให้เกิดรอยแผลเป็นลูกๆ ก็มีโอกาสเป็นสิวมากเช่นเดียวกัน &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;6. &lt;/font&gt;ยาบางชนิด สามารทำให้เกิดสิวมากขึ้นได้ เช่น ยาคุมกำเนิด&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;, &lt;/font&gt;ยาจำพวกสเตียรอยด์ ทั้งแบบชนิดกินและชนิดทา&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;, &lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;ฮอร์โมนเพศชาย (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;androgen) &lt;/font&gt;เป็นต้น &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;7. &lt;/font&gt;ความเครียดวิตกกังวล ความเครียดเป็นบ่อเกิดของสารพัดโรค ทางด้านผิวหนัง นอกจากจะทำให้แก่เกินวัยแล้ว&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;ยังทำให้เกิดสิวได้ง่ายเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าท่านทำงานหนักมากเกินไป เครียด นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก จะเกิดสิวได้ง่าย &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;8.&lt;/font&gt;การถู ขัดหน้า พอกหน้า การถู ขัดหน้า พอกหน้า อบไอน้ำ พอกสมุนไพร บำรุงผิวสารพัดแบบนั้น ถ้าทำมาก&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;เกินไปบ่อยครั้งเกินไป จะทำให้ตัวคลุมผิวตามธรรมชาติ (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;skin barrier) &lt;/font&gt;หลุดลอกออกไป ผิวหน้าจะบางลง และไว&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;ต่อสภาวะแวดล้อมต่างๆ ทำให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง อักเสบ เกิดเป็นสิวมากขึ้นได้ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;9.&lt;/font&gt;อาหาร หลายคนเชื่อว่าช็อกโกแลตมีส่วนทำให้เกิดสิวได้ ความจริงแล้วไม่เกี่ยวข้องกัน ส่วนเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มีส่วนเกี่ยวที่ทำให้เกิดสิวมากขึ้นได้ เช่น พวกเหล้า เบียร์ต่างๆ เพราะทำให้สุขภาพทรุดโทรมสิวจึงเห่อขึ้นได้&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;10.&lt;/font&gt;อากาศร้อน ถ้าคนที่อยู่ในอากาศร้อนและมีเหงื่อมาก มีโอกาสเกิดสิวได้ง่ายกว่าที่มีอากาศเย็นๆ&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;ฯลฯ &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;div&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot; size=&quot;5&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;การรักษาสิว&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt; &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;หลักในการรักษาสิวนั้นต้องรักษาทั้งด้านจิตใจ&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;, &lt;/font&gt;ตัวสิวเอง และร่องรอยจากสิว ควบคู่กันไปด้วย ที่สำคัญผู้ที่เป็นสิว&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;ควรจะทราบว่าสิวต้องใช้เวลารักษาอย่างน้อยประมาณ &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;4-6&lt;/font&gt; สัปดาห์ขึ้นไป และอาจใช้เวลารักษานานถึง &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;12&lt;/font&gt; เดือน&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;div&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot; size=&quot;5&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;1. &lt;/font&gt;กลุ่มยาทา &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;-&lt;/font&gt;กลุ่มยาทาปฏิชีวนะ เช่น &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;1% Clindamycin, 2% Erythromycin &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;-&lt;/font&gt;กลุ่มยาทาก่อนล้างหน้า เช่น &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;2.5% Benzoyl peroxide, Benzac, Brevoxyl &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;-&lt;/font&gt;กลุ่มยาทากรดวิตามินเอ เช่น &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Retin-A, Stieva, Isotrex, Brevoxyl &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;-&lt;/font&gt;กลุ่มยาทาละลายขุย เช่น &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Salicylic acid lotion, Sulphur lotion&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;-&lt;/font&gt;กลุ่มอื่นๆ เช่น &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Differin, Skinoren &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;div&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot; size=&quot;5&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;2. &lt;/font&gt;กลุ่มยารับประทาน &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;-&lt;/font&gt;กลุ่มยาปฏิชีวนะ (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Antibiotic) &lt;/font&gt;ที่ใช้ได้ผลดีคือ &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Tetracycline, Doxycycline, Minocycline, Erythromycin &lt;/font&gt;และ &lt;/font&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;Bactrim&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;-&lt;/font&gt;กลุ่มยากรดวิตามินเอ บางคนเรียกว่า ยาเม็ดรักบี้เพราะรูปร่างคล้ายเม็ดรักบี้ คือ ยา&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Roaccutane (Isotretinoin)&lt;/font&gt;ซึ่ง&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;ออกฤทธิ์ยับยั้งให้ต่อมไขมันทำงานลดลง ทำให้ต่อมไขมันมีจำนวนและขนาดเล็กลง สิวจึงลดน้อยลงได้ แต่มีผลข้างเคียงหลายประการ เช่น มีผลต่อเด็กในครรภ์ได้จนอาจพิการได้ ทำให้ไขมันในเลือดสูงขึ้น ริมฝีปากแห้งมาก ฯลฯ &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;ยานี้เป็นยาที่ใช้ได้ผลดีในการรักษาสิวที่เป็นรุนแรงและรักษาด้วยวิธีอื่นๆไม่ได้ผล แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น ไม่ควรซื้อรับประทานเองเด็ดขาด&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;-&lt;/font&gt;ยากลุ่มฮอร์โมน ได้แก่ ยา &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Diane 35&lt;/font&gt; ใช้ได้ผลดีเช่นกัน แต่ใช้ในผู้หญิงที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปเท่านั้น ร่วมกับมีข้อบ่งชี้เช่น ผิวมัน เสียงห้าว ขนดก และประจำเดือนผิดปกติ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;3. &lt;/font&gt;การฉีดยารักษาสิว (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Intralesional Kenacorte) &lt;/font&gt;ในกรณีที่เป็นสิวหัวช้าง เม็ดใหญ่มาก ที่เป็นรุนแรง (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;cystic acne) &lt;/font&gt;แพทย์อาจใช้วิธีฉีดยา เข้าไปที่หัวสิวได้เลยโดยตรง ซึ่งจะทำให้สิวยุบหายค่อนข้างเร็วมากภายใน &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;24&lt;/font&gt; ชม. แต่ค่อนข้างเจ็บพอสมควร วิธีนี้ถ้าไม่ชำนาญหรือฉีดยามากเกินไปอาจทำให้ผิวหนังบริเวณที่ฉีดเป็นรอยบุ๋มได้&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;div&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot; size=&quot;5&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;4. &lt;/font&gt;การกดเอาหัวสิวออก (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Comedone extraction) &lt;/font&gt;ถ้าใช้เครื่องมือที่สะอาดและเทคนิคที่ถูกต้องจะทำให้สิวดีขึ้นเร็วในการรักษานั้นแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกวิธีที่เหมาะสมให้ ซึ่งบางคนใช้แต่ยาทาอย่างเดียวก็ได้ แต่บางคนต้องรับประทานยาหรือกดหัวสิวร่วมด้วย เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;div&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot; size=&quot;5&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;u&gt;&lt;strong&gt;ข้อแนะนำสำหรับผู้เป็นโรคสิว&lt;/strong&gt;&lt;/u&gt; มีดังนี้ &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;1. &lt;/font&gt;การล้างหน้า ควรล้างด้วยสบู่อ่อนๆ เช่น สบู่เด็ก ซึ่งประกอบด้วย สารเคมีที่อ่อน ไม่ระคายเคืองหรือรบกวนผิวซึ่งทำให้เกิดคอมมีโดนหรือสิวอุดตัน หรือเลือกสบู่อ่อนที่ใช้สารเคมีที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดสิว &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;2. &lt;/font&gt;ไม่ควรล้างหน้า หรือเช็ดหน้าบ่อยๆ ล้างเพียงวันละ &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;2-3&lt;/font&gt; ครั้งก็เพียงพอ&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;3. &lt;/font&gt;ไม่ควรใช้เครื่องสำอางที่มีผลต่อการทำงานของผิวหนังและต่อมไขมัน เช่น ครีมบำรุงผิว ครีมนวดหน้า ครีมแก้รอยเหี่ยวย่นที่มีสเตียรอยด์ผสมอยู่ ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรเลือกครีมหรือสารที่ให้ความชุ่มชื้นซึ่งมีส่วนประกอบเป็นสารเคมี ที่ไม่ก่อให้เกิดสิว โดยทั่วไปชุดเมคอัพ เช่น ลิปสติก แป้ง บรัชออน มาสคาร่า อาขแชโดว และชุดรองพื้น จะไม่ก่อให้เกิดสิว &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;4. &lt;/font&gt;อย่าบีบ หรือแกะสิว&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;5. &lt;/font&gt;การใช้ยารักษาสิว ต้องระวังยาที่โฆษณาว่ารักษาได้ทั้งสิวและฝ้า เพราะยาพวกนี้มักผสมสเตียรอยด์ ซึ่งมี&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;คุณสมบัติทำให้สิวอักเสบยุบเร็ว แต่มีภาวะแทรกซ้อนมากมาย โดยมีการกระตุ้นให้เกิดสิวอุดตันขึ้นมาใหม่มากกว่าเดิม ทำให้สิวไม่หายขาด &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;6. &lt;/font&gt;กินยาให้ครบและสม่ำเสมอ&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;7. &lt;/font&gt;หากมีปัญหาหรือข้อสงสัยในเรื่องของโรคสิว และแนวทางการรักษา ควรสอบถามจากแพทย์พื่อให้ได้ข้อมูลที่&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;ชัดเจนและถูกต้อง &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;div&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot; size=&quot;5&quot;&gt;&lt;br /&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;u&gt;การรักษาร่องรอยจากสิว&lt;br /&gt;&lt;/u&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;ได้แก่ รอยดำ รอยแดง แผลเป็นหลุมสิว และแผลเป็นนูน&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;div&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;1. &lt;/font&gt;รอยดำสิว เกิดขึ้นตามหลังการหายของสิวอักเสบ มักเป็นอยู่นาน &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;5-6&lt;/font&gt; เดือนถ้าไม่ได้รับการรักษา โดยทั่วไป&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;แพทย์จะใช้ยาทาพวก &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;whitening &lt;/font&gt;ต่างๆทารอยดำร่วมกับครีมกันแดด บางคนอาจจะต้องทำทรีทเมนต์พวก &lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Iontophoresis &lt;/font&gt;หรือ &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;phonophoresis &lt;/font&gt;ช่วยก็ได้ &lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;2. &lt;/font&gt;รอยแดงสิว เกิดตามหลังสิวอักเสบบางส่วน การรักษาค่อนข้างยาก ต้องใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษเช่น &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Pulse dye laser &lt;/font&gt;หรือ แสงความเข้มข้นสูง (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;IPL)&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;3. &lt;/font&gt;แผลเป็นนูน มักจะใช้การฉีดยาพวก &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;steroid &lt;/font&gt;เข้าไปเพื่อให้ยุบลง นอกจากนั้นอาจใช้แผ่นปิดพวกซิลิโคนเจล เช่น &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Cica-care &lt;/font&gt;ปิดไว้ หรือยาทาแผลเป็นพวก &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Mederma &lt;/font&gt;เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;4. &lt;/font&gt;แผลเป็นหลุมสิว รักษายากที่สุด อาจจะต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน&lt;br /&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การรักษามีหลายวิธี เช่น การแต้มกรด &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;TCA, &lt;/font&gt;การลอกผิว (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Peeling), &lt;/font&gt;การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Microdermabrasion), &lt;/font&gt;การกรอผิวด้วยเลเซอร์ (&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;Ablative laser resurfacing), &lt;/font&gt;การผ่าตัด&lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;, &lt;/font&gt;การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยเลเซอร์หรือ &lt;font face=&quot;Cordia New&quot;&gt;IPL &lt;/font&gt;เป็นต้น&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการตัดสินใจว่าควรรักษาด้วยวิธีใดนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของแผลเป็น ความรุนแรง เครื่องมือที่มี และความ&lt;/font&gt;&lt;font size=&quot;5&quot;&gt;ชำนาญของแพทย์ผู้ให้การรักษา&lt;/font&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;=แพทย์คลินิคผิว=&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;&lt;/font&gt;&lt;/div&gt;</description>
</item>

</channel>
</rss>
